ขั้นตอนที่1
ขั้นตอนแรกของกระบวนการ Binder Jetting คือการพิมพ์ (Printing) โดยผงโลหะละเอียดจะถูกยึดติดกันทีละชั้นด้วยสารยึดเกาะ (Binding Agent) ตามตำแหน่งที่กำหนดไว้อย่างแม่นยำ ขั้นตอนนี้จะสร้าง "Green Part" ที่มีรายละเอียดครบถ้วน ซึ่งแม้จะมีความแม่นยำสูง แต่ยังคงเปราะบางและยังไม่สามารถใช้งานได้จริง เนื่องจากมีความแข็งแรงเชิงกลต่ำ
ขั้นตอนที่2
Curing คือขั้นตอนการเพิ่มความแข็งแรงให้กับชิ้นงาน Green Part เพื่อให้สามารถจับและนำออกจากแท่นพิมพ์ได้อย่างปลอดภัย ในขั้นตอนนี้ ชิ้นงานจะถูกนำไปอบในเตาที่อุณหภูมิประมาณ 200°C เป็นเวลาหลายชั่วโมง เพื่อให้สารยึดเกาะ (Binder) แข็งตัวและยึดเกาะอนุภาคโลหะได้แน่นยิ่งขึ้น ส่งผลให้ชิ้นงานมีความแข็งแรงและทนทานมากขึ้น พร้อมเข้าสู่กระบวนการผลิตในขั้นตอนถัดไป
ขั้นตอนที่3
Depowdering คือขั้นตอนการกำจัดผงโลหะส่วนเกินที่ไม่ได้ยึดเกาะกับชิ้นงานออก โดยใช้ลมแรงดันหรือเครื่องมือเฉพาะ เพื่อกำจัดผงโลหะที่ตกค้างอยู่อย่างระมัดระวัง หลังจากขั้นตอนนี้ ชิ้นงานจะเหลือเป็นโครงสร้างโลหะดิบ ซึ่งยังมีพื้นผิวที่ค่อนข้างหยาบและต้องผ่านกระบวนการตกแต่งเพิ่มเติม เพื่อให้ได้คุณภาพและรูปลักษณ์ตามต้องการ
ขั้นตอนที่4
Sintering คือขั้นตอนที่ช่วยลดความพรุนและเพิ่มความหนาแน่นของชิ้นงานโลหะ ชิ้นงานจะถูกนำเข้าเตาเผาที่มีการควบคุมสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม และให้ความร้อนที่อุณหภูมิประมาณ 1,000°C เป็นเวลา 24–36 ชั่วโมง ในระหว่างกระบวนการ สารยึดเกาะ (Binder) จะถูกกำจัดออก ขณะที่อนุภาคโลหะจะค่อย ๆ ประสานตัวเข้าด้วยกัน ทำให้ชิ้นงานมีความหนาแน่นและแข็งแรงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ชิ้นงานอาจเกิดการหดตัวระหว่างกระบวนการ Sintering ดังนั้นจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงการหดตัวนี้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ เพื่อให้ได้ขนาดและความแม่นยำตามที่ต้องการ
ขั้นตอนที่5
ในขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งเป็นขั้นตอนเสริม ชิ้นงานสามารถผ่านกระบวนการตกแต่งพื้นผิวเพื่อให้ได้รูปลักษณ์ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการขัดเงาเพื่อให้พื้นผิวเรียบเนียน หรือการชุบด้วยวัสดุ เช่น ทองคำหรือนิกเกิล เพื่อเพิ่มความสวยงามและความโดดเด่นให้กับชิ้นงาน ส่งมอบเป็นผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายที่มีความประณีตและโดดเด่นในทุกมุมมอง