It looks like you are using a VPN. This may result in slower downloads or issues with previewing and using the site.

ความเชี่ยวชาญ

อัปโหลดโมเดล 3Dของคุณ
อัปโหลดไฟล์ 3Dของคุณได้อย่างง่ายดายในรูปแบบที่รองรับ ได้แก่ 3MF, OBJ, STL, STP แล้วรับใบเสนอราคาได้ทันที หากไฟล์ของคุณเป็นรูปแบบอื่น กรุณาติดต่อเราเพื่อขอความช่วยเหลือ เราทำให้การเริ่มต้นโปรเจกต์พิมพ์ 3 มิติของคุณเป็นเรื่องง่าย
การผลิตที่มีความแม่นยำสูง
เมื่ออัปโหลดและยืนยันไฟล์ของคุณแล้ว เทคโนโลยีการพิมพ์ 3Dขั้นสูงของเราจะเข้ามาดำเนินการต่อ เราใช้เครื่องมือและวัสดุที่ทันสมัยที่สุดเพื่อให้มั่นใจว่าดีไซน์ของคุณจะถูกพิมพ์ออกมาด้วยความแม่นยำและคุณภาพสูงสุด
จัดส่งรวดเร็ว
หลังจากผลิตเสร็จแล้ว ชิ้นงานพิมพ์ 3Dของคุณจะถูกบรรจุอย่างพิถีพิถันและจัดส่งตรงถึงหน้าประตูบ้านคุณ เราร่วมมือกับ DHL ในฐานะผู้ให้บริการขนส่งที่เชื่อถือได้ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าของคุณจะถึงมืออย่างปลอดภัยและตรงเวลา ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใด
Finex3D ให้บริการผลิตชิ้นส่วนโลหะด้วยเทคโนโลยีการผลิตแบบเติมเนื้อวัสดุ (Additive Manufacturing) ในระดับอุตสาหกรรม สำหรับวิศวกร นักออกแบบ และแบรนด์ที่ต้องการชิ้นงานที่มีความแม่นยำและประสิทธิภาพสูง เราดูแลทุกขั้นตอนของโปรเจกต์ ตั้งแต่การตรวจสอบไฟล์งานดิจิทัล ไปจนจบการผลิต
การผลิตชิ้นส่วนโลหะด้วยความแม่นยำสูง
ผลิตชิ้นงานที่มีรายละเอียดซับซ้อนได้อย่างแม่นยำ พร้อมคุณภาพพื้นผิวที่สม่ำเสมอ เหมาะสำหรับชิ้นส่วนที่มีรูปทรงซับซ้อนและผลิตได้ยากหรือมีต้นทุนสูงด้วยวิธีการผลิตแบบเดิม
การสร้างต้นแบบและทดสอบการใช้งาน
สร้างต้นแบบโลหะได้รวดเร็ว ทดสอบการประกอบ การใช้งาน และความแข็งแรงของชิ้นงานได้ตั้งแต่ขั้นตอนต้นแบบ ก่อนเข้าสู่การผลิตจริงในปริมาณมาก
การผลิตแบบล็อตขนาดเล็กถึงขนาดกลาง
ไม่ว่าจะเป็นการผลิตจำนวนน้อยหรือการผลิตในปริมาณมาก เราก็ควบคุมคุณภาพและรักษามาตรฐานของชิ้นงานให้สม่ำเสมอได้ในทุกล็อตการผลิต
การปรับแต่งและตกแต่งชิ้นงาน
ชิ้นงานจะผ่านการอบเพิ่มความแข็งแรง การเผาผนึก และการตกแต่งพื้นผิว เพื่อให้ได้ชิ้นงานที่แข็งแรงและมีผิวสัมผัสตามต้องการ เรายังมีบริการตกแต่งพื้นผิวเพิ่มเติมให้เลือกตามความต้องการและลักษณะการใช้งานของแต่ละชิ้นงาน
ช่วยเลือกค่าความคลาดเคลื่อนที่เหมาะสม
ยังไม่แน่ใจว่าวัสดุหรือโลหะแบบไหนเหมาะกับคุณใช่ไหม? ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำในการเลือกวัสดุที่เหมาะสมกับการใช้งาน โดยพิจารณาจากคุณสมบัติทางกล สภาพแวดล้อมในการใช้งาน และประสิทธิภาพที่ต้องการ

ขั้นตอนการทำงาน

เทคโนโลยี BINDER JETTING ช่วยให้สามารถสร้างชิ้นส่วนโลหะที่มีรายละเอียดซับซ้อนได้ แต่กระบวนการไม่ได้สิ้นสุดลงเพียงแค่การพิมพ์

Several post-processing steps are required to transform the printed part into a strong, durable, and visually appealing final product. These steps include printing, curing to harden the material, de-powdering to remove excess particles, sintering to fuse the metal, and optional finishing for a polished look.

ขั้นตอนที่1

การพิมพ์ขึ้นรูป

ขั้นตอนแรกของกระบวนการ Binder Jetting คือการพิมพ์ (Printing) โดยผงโลหะละเอียดจะถูกยึดติดกันทีละชั้นด้วยสารยึดเกาะ (Binding Agent) ตามตำแหน่งที่กำหนดไว้อย่างแม่นยำ ขั้นตอนนี้จะสร้าง "Green Part" ที่มีรายละเอียดครบถ้วน ซึ่งแม้จะมีความแม่นยำสูง แต่ยังคงเปราะบางและยังไม่สามารถใช้งานได้จริง เนื่องจากมีความแข็งแรงเชิงกลต่ำ

  1. การพิมพ์ขึ้นรูป
  2. การอบเพิ่มความแข็งแรง
  3. การกำจัดผงโลหะส่วนเกิน
  4. การเผาผนึก
  5. ขั้นตอนการตกแต่งชิ้นงาน
การอบเพิ่มความแข็งแรง

ขั้นตอนที่2

การอบเพิ่มความแข็งแรง

Curing คือขั้นตอนการเพิ่มความแข็งแรงให้กับชิ้นงาน Green Part เพื่อให้สามารถจับและนำออกจากแท่นพิมพ์ได้อย่างปลอดภัย ในขั้นตอนนี้ ชิ้นงานจะถูกนำไปอบในเตาที่อุณหภูมิประมาณ 200°C เป็นเวลาหลายชั่วโมง เพื่อให้สารยึดเกาะ (Binder) แข็งตัวและยึดเกาะอนุภาคโลหะได้แน่นยิ่งขึ้น ส่งผลให้ชิ้นงานมีความแข็งแรงและทนทานมากขึ้น พร้อมเข้าสู่กระบวนการผลิตในขั้นตอนถัดไป

  1. การพิมพ์ขึ้นรูป
  2. การอบเพิ่มความแข็งแรง
  3. การกำจัดผงโลหะส่วนเกิน
  4. การเผาผนึก
  5. ขั้นตอนการตกแต่งชิ้นงาน
การกำจัดผงโลหะส่วนเกิน

ขั้นตอนที่3

การกำจัดผงโลหะส่วนเกิน

Depowdering คือขั้นตอนการกำจัดผงโลหะส่วนเกินที่ไม่ได้ยึดเกาะกับชิ้นงานออก โดยใช้ลมแรงดันหรือเครื่องมือเฉพาะ เพื่อกำจัดผงโลหะที่ตกค้างอยู่อย่างระมัดระวัง หลังจากขั้นตอนนี้ ชิ้นงานจะเหลือเป็นโครงสร้างโลหะดิบ ซึ่งยังมีพื้นผิวที่ค่อนข้างหยาบและต้องผ่านกระบวนการตกแต่งเพิ่มเติม เพื่อให้ได้คุณภาพและรูปลักษณ์ตามต้องการ

  1. การพิมพ์ขึ้นรูป
  2. การอบเพิ่มความแข็งแรง
  3. การกำจัดผงโลหะส่วนเกิน
  4. การเผาผนึก
  5. ขั้นตอนการตกแต่งชิ้นงาน
การเผาผนึก

ขั้นตอนที่4

การเผาผนึก

Sintering คือขั้นตอนที่ช่วยลดความพรุนและเพิ่มความหนาแน่นของชิ้นงานโลหะ ชิ้นงานจะถูกนำเข้าเตาเผาที่มีการควบคุมสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม และให้ความร้อนที่อุณหภูมิประมาณ 1,000°C เป็นเวลา 24–36 ชั่วโมง ในระหว่างกระบวนการ สารยึดเกาะ (Binder) จะถูกกำจัดออก ขณะที่อนุภาคโลหะจะค่อย ๆ ประสานตัวเข้าด้วยกัน ทำให้ชิ้นงานมีความหนาแน่นและแข็งแรงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ชิ้นงานอาจเกิดการหดตัวระหว่างกระบวนการ Sintering ดังนั้นจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงการหดตัวนี้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ เพื่อให้ได้ขนาดและความแม่นยำตามที่ต้องการ

  1. การพิมพ์ขึ้นรูป
  2. การอบเพิ่มความแข็งแรง
  3. การกำจัดผงโลหะส่วนเกิน
  4. การเผาผนึก
  5. ขั้นตอนการตกแต่งชิ้นงาน
ขั้นตอนการตกแต่งชิ้นงาน

ขั้นตอนที่5

ขั้นตอนการตกแต่งชิ้นงาน

ในขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งเป็นขั้นตอนเสริม ชิ้นงานสามารถผ่านกระบวนการตกแต่งพื้นผิวเพื่อให้ได้รูปลักษณ์ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการขัดเงาเพื่อให้พื้นผิวเรียบเนียน หรือการชุบด้วยวัสดุ เช่น ทองคำหรือนิกเกิล เพื่อเพิ่มความสวยงามและความโดดเด่นให้กับชิ้นงาน ส่งมอบเป็นผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายที่มีความประณีตและโดดเด่นในทุกมุมมอง

  1. การพิมพ์ขึ้นรูป
  2. การอบเพิ่มความแข็งแรง
  3. การกำจัดผงโลหะส่วนเกิน
  4. การเผาผนึก
  5. ขั้นตอนการตกแต่งชิ้นงาน